ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อยุธยา ติดตามความพร้อมการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ด้าน "ผู้ว่าฯ วิทยา" รายงานระบบเตือนภัย ปภ. พร้อมส่ง SMS เตือนประชาชนริมน้ำ...
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการสร้างคันกั้นน้ำของนิคมอุตสาหกรรม โดยมี นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ
นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างคันกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เป็นที่น่าพอใจ เช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน แล้วเสร็จร้อยละ 35 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ร้อยละ 41 เขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ร้อยละ 24 เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่ แลนด์ ร้อยละ 80 เนื่องจากมีพื้นที่ไม่มาก และรอเพียงการสร้างถนนยกระดับด้านหน้า ซึ่งใช้งบประมาณจากกรมทางหลวงชนบท ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จะมีผู้บริหารใหม่เข้ามาบริหารจัดการในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการก่อสร้างโดยภาพรวมทั้ง 5 พื้นที่ จะสามารถดำเนินการเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งจะสอดรับกับระยะเวลาก่อนที่น้ำจะเข้าพื้นที่ในปี 2555
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปที่วัดโพธิ์ลิง อ.เสนา เพื่อชมการซักซ้อมการเตือนภัยและแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม โดยจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งในเรื่องการแจ้งเตือนการเกิดอุทกภัย การอพยพประชาชน ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง การเผชิญเหตุ การบริหารศูนย์พักพิง โดยมีระดับการฝึกซ้อม 3 ระดับ คือ ระดับชุมชน ท้องถิ่น อำเภอ ระดับจังหวัด และระดับการเข้าสนับสนุนจากหน่วยงานนอกพื้นที่จังหวัด
สำหรับการฝึกซ้อมแผนดังกล่าว เริ่มที่กรมชลประทานแจ้งให้ศูนย์ข้อมูล war room ของสำนักงานบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ทราบว่า เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือจำนวนมาก ประกอบกับมวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณสูง ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จำเป็นต้องระบายน้ำในวันนี้ (10 มิ.ย. 55) เป็นต้นไป ในอัตรา 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอาจจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากฝนยังไม่หยุดตก จึงขอให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) พิจารณาบริหารจัดการน้ำดังกล่าวด้วย จากนั้น กบอ.ได้ประชุมหารือร่วมกัน มีมติให้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ วันที่ 10 มิ.ย. ระบายในอัตรา 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่ 11 มิ.ย. ระบาย 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และวันที่ 12 มิ.ย. ระบาย 1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมกับให้แจ้งจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา แจ้งเตือนประชาชนและเตรียมอพยพ โดยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ประมาณ 80-90 เซนติเมตร ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการสร้างคันกั้นน้ำของนิคมอุตสาหกรรม โดยมี นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ
นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างคันกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เป็นที่น่าพอใจ เช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน แล้วเสร็จร้อยละ 35 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ร้อยละ 41 เขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ร้อยละ 24 เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่ แลนด์ ร้อยละ 80 เนื่องจากมีพื้นที่ไม่มาก และรอเพียงการสร้างถนนยกระดับด้านหน้า ซึ่งใช้งบประมาณจากกรมทางหลวงชนบท ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จะมีผู้บริหารใหม่เข้ามาบริหารจัดการในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการก่อสร้างโดยภาพรวมทั้ง 5 พื้นที่ จะสามารถดำเนินการเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งจะสอดรับกับระยะเวลาก่อนที่น้ำจะเข้าพื้นที่ในปี 2555
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปที่วัดโพธิ์ลิง อ.เสนา เพื่อชมการซักซ้อมการเตือนภัยและแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม โดยจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ทั้งในเรื่องการแจ้งเตือนการเกิดอุทกภัย การอพยพประชาชน ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง การเผชิญเหตุ การบริหารศูนย์พักพิง โดยมีระดับการฝึกซ้อม 3 ระดับ คือ ระดับชุมชน ท้องถิ่น อำเภอ ระดับจังหวัด และระดับการเข้าสนับสนุนจากหน่วยงานนอกพื้นที่จังหวัด
สำหรับการฝึกซ้อมแผนดังกล่าว เริ่มที่กรมชลประทานแจ้งให้ศูนย์ข้อมูล war room ของสำนักงานบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ทราบว่า เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือจำนวนมาก ประกอบกับมวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณสูง ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จำเป็นต้องระบายน้ำในวันนี้ (10 มิ.ย. 55) เป็นต้นไป ในอัตรา 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอาจจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากฝนยังไม่หยุดตก จึงขอให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (กบอ.) พิจารณาบริหารจัดการน้ำดังกล่าวด้วย จากนั้น กบอ.ได้ประชุมหารือร่วมกัน มีมติให้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ วันที่ 10 มิ.ย. ระบายในอัตรา 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่ 11 มิ.ย. ระบาย 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และวันที่ 12 มิ.ย. ระบาย 1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมกับให้แจ้งจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา แจ้งเตือนประชาชนและเตรียมอพยพ โดยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นทุกพื้นที่ประมาณ 80-90 เซนติเมตร ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่กรมชลประทานดำเนินการแล้ว สำนักงาน ปภ.จังหวัด จะแจ้งเตือนอำเภอเสนาและอำเภออื่นๆ ที่อยู่ติดแม่น้ำน้อย ทางโทรสาร โทรศัพท์ sms ให้แจ้งประชาชนเตรียมพร้อมอพยพสิ่งของ สัมภาระขึ้นที่สูง จากนั้นอำเภอที่ติดแม่น้ำแจ้ง อปท.ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดยอำเภอเสนาแจ้งให้ อปท.ทุกแห่ง รวมทั้ง อบต.บ้านโพธิ์ แจ้งประชาชนโดยใช้เสียงตามสาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยทหารนำยานพาหนะขนาดใหญ่ไปขนย้ายผู้ประสบอุทกภัย สัตว์เลี้ยง พร้อมขนย้ายเต็นท์ที่พักชั่วคราว รถจักรยานยนต์ สุขาเคลื่อนที่ไป ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดไว้ทุกอำเภอ
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่รับน้ำนอง ประตูระบายน้ำกบเจา อ.บางบาล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ทุ่งบางบาล สามารถรองรับน้ำในฤดูน้ำหลากได้ถึง 98 ล้านลูกบาศก์เมตร จากที่มีพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 3 หมื่นไร่ นายไมตรี ปีตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก อ.บางบาล อ.เสนา และ อ.ผักไห่ จะเป็นอำเภอที่ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ ส่วน อ.มหาราช อ.บ้านแพรก และ อ.บางปะหัน บางส่วน หากน้ำมาปริมาณมากและเป็นวงกว้าง ก็จะเกิดผลกระทบ ล่าสุด ทั้ง 6 อำเภอ ได้กำหนดให้ใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำในฤดูน้ำหลากหรือแก้มลิง โดยเฉพาะทุ่งบางบาล หรือโครงการบางบาล 1 ที่มีพื้นที่ 27,000 ไร่ เป็นระบบสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรหลังจากเก็บเกี่ยว ซึ่งชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการทำนาปีละ 2 ครั้ง โดยในพื้นที่จะมีโรงสูบน้ำ 4 โรง ใช้เวลาประมาณ 7 วันในการระบายน้ำเข้า-ออกเต็มพื้นที่ สามารถกักเก็บน้ำได้ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร และชาวนาได้รับผลประโยชน์จากการใช้น้ำและใช้ทุ่งนาเป็นที่รองรับน้ำ
จากนั้นคณะนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปรับประทานอาหารเย็น ด้วยการเรือล่องในแม่น้ำเจ้าพระยาชมวิวทิวทัศน์ แล้วจึงเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร.
